วันจันทร์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2555

ไอศครีมสตรอเบอรี่โยเกิร์ต


 

ไอศครีมสตรอเบอรี่โยเกิร์ต

 
 

ส่วนผสมสำหรับไอศครีมโยเกิร์ต
  • นมข้มจืดกระป๋อง ขนาด 405 กรัม 1/2 กระป๋อง
  • โยเกิร์ต รสธรรมดา Fat-free 0% 500 กรัม
  • สตรอเบอร์รี่สด 140 กรัม
วิธีการทำไอศครีมโยเกิร์ต
  1. หั่นสตรอเบอร์รี่เป็นชิ้นหยาบๆ ใส่ลงเครื่องปั่น แล้วปั่นพอให้เนื้อสตรอเบอร์รี่กระจายแตกเป็นชิ้นเล็กๆ
  2. จากนั้นเทนมข้นจืดและสตรอเบอร์รี่ที่ปั่น เทลงไปในโถผสมอาหาร แล้วคนให้ส่วนผสมต่างๆ เข้ากัน
  3. จากนั้นค่อยๆ เทโยเกิร์ตลงไปช้าๆ และขนผสมให้ส่วนผสมทุกอย่างเข้ากันดี แล้วเทลงภาชนะที่เตรียมไว้ นำฟิลม์พลาสติกมาปิดด้านบน
  4. แล้วนำไปแช่แข็ง 1 คืน เมื่อถึงเวลาเสิร์ฟ ให้นำออกจากช่องแข็งล่วงหน้าซัก 10-15 นาที แล้วค่อยเสิร์ฟนะคะ
Tips :
ลิ้มรสได้ถึงเนื้อสตรอเบอร์รี่อร่อยๆ ในขั้นตอนการปั่นเนื้อสตรอเบอร์รี่ อย่าปั่นนานจนเกินไป เพราะจะทำให้เนื้อสตรอเบอร์รี่แหลกจนเหลวจนเป็นน้ำ

ไข่ครอบ

 
 
 
 
 
วิธีการทำ ไข่ครอบเป็นอาหารชนิดหนึ่ง มีวิธีการทำโดยนำไข่เป็ดมาล้างเปลือกให้สะอาด ต่อยตรงปลายฟองไข่ด้านหนึ่งให้แตกแล้วค่อย ๆ ปอกเปลือกออกประมาณ 1/4 ของฟองไข่ โดยให้ปากฟองไข่ที่ปอกนั้นเสมอกัน เทไข่ลงในภาชนะ แล้วเอาเฉพาะไข่แดง 2 ฟองใส่ลงไปในเปลือกไข่นั้นตามเดิมแล้วเยาะเกลือป่นละเอียดพอสมควร นำเปลือกไข่อีกฟองหนึ่งซึ่งปอกเปลือกให้เหลือประมาณครึ่งฟองมาครอบเปลือกไข่ที่บรรจุไข่ 2 ฟองนั้นอยู่ วางหมักไว้ประมาณ 1 คืน เพื่อให้ความเค็มได้ซึมเข้าในไข่แดง แล้วจึงนำไปนึ่งให้สุก โดยอาจนำไปนึ่งในลักษณะที่เปลือกไข่ครอบกันอยู่นั้น หรือแยกเปลือกไข่ที่ใช้ครอบออกก็ได้ เมื่อนึ่งสุกก็รับประทานได้ คุณค่า

การทำไข่ครอบนี้นอกจากให้คุณค่าทางอาหารแล้ว เดิมทีเกิดจากชาวประมงที่หมักย้อมแหด้วยไข่ขาวของไข่เป็ด เมื่อใช้ไข่ขาวเป็นจำนวนมาก ๆ การแยกไข่ขาวออกไปหมักอวนจะต้องระวังไม่ให้ไข่แดงแตกออกไปปนกับไข่ขาว จึงทำให้ได้ไข่แดงเป็นจำนวนมากจนรับประทานกันไม่หมด จึงใช้วิธีทำไข่ครอบดังกล่าว เป็นวิธีการถนอมอาหารอย่างหนึ่ง ครั้นต่อมาไข่ครอบเป็นอาหารที่นิยมกันมาก แม้ไม่มีการหมักย้อมแหก็นิยมซื้อหาไข่เป็ดมาทำไข่ครอบเป็นอาหารประจำวันจนกระทั่งปัจจุบัน

วันอังคารที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2555

Like This - Wonder Girls

เคล็ดลับสำหรับการดูแลหุ่นให้ฟิตและเฟิร์ม



ปัญหากวนใจของสาวๆ หลายคนก็คือเรื่องรูปร่าง บางคนพยายามควบคุมอาหาร ออกกำลังกายกันสารพัดวิธี แต่เจ้าพุงยื่นๆ ต้นแขนใหญ่ๆ ก็มักจะโผล่มาเป็นอุปสรรคความงามกันอยู่เรื่อยๆ โดยเฉพาะ รอบเอว ต้นแขน ต้นขานั้น จัดว่าเป็นส่วนเกินที่กำจัดยากที่สุด

เคล็ดลับสำหรับการดูแลหุ่น ให้ฟิตและเฟิร์มอยู่ตลอดนั้น จึงต้องอาศัยวินัย และกำลังใจที่ดี หากคุณต้องการรักษารูปร่างให้สมส่วน คุณก็ต้องควบคุมการรับประทานอาหาร และการออกกำลังกายให้สมดุล จำไว้ว่าอัตราการเผาผลาญพลังงานของแต่ละคนต่างกัน และเมื่อเวลาหรือวิถีชีวิตของคุณเปลี่ยนแปลงไป อัตราการเผาผลาญพลังงานก็อาจจะเปลี่ยนไปด้วย เช่น หากคุณรู้ตัวว่าเป็นพวกสาวออฟฟิศ วันๆ ทำงานนั่งโต๊ะ ไม่ค่อยได้ใช้พลังงาน ก็ควรจะเลือกรับประทานอาหารที่มีเส้นใยสูง แต่ให้พลังงานต่ำ ที่สำคัญ ควรหาเวลาไปออกกำลังกายเป็นประจำเพื่อให้ร่างกายแข็งแรง หากอยากฟิตหุ่นเฉพาะส่วน อาจบริหารร่างกายเฉพาะส่วนเป็นพิเศษ เพื่อความฟิตและเฟิร์ม หากทำเช่นนี้ได้เป็นกิจวัตร หุ่นฟิตและเฟิร์มก็ไม่ไกลเกินเอื้อมลองมารู้จักกับเคล็ดลับสกัดความอ้วนด้วยหลัก 10 ประการ
1. เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ให้พอดีกับความต้องการใช้พลังงานของร่างกาย ไม่ควรอดอาหาร เพราะจะทำให้หิวจัด จนรับประทานอาหารเกินความจำเป็นในอาหารมื้อต่อไป
2. ค่อยๆ เคี้ยวอาหารช้าๆ ให้ละเอียด อย่าทำกิจกรรมอื่นในระหว่างรับประทานอาหาร เพราะจะทำให้คุณไม่รู้ตัวว่ารับประทานอะไรไปบ้าง ทำให้ได้รับอาหารเกินความต้องการ เช่นการทานข้าวไปดูทีวีไปพร้อมกัน

3. เน้นอาหารประเภทที่มีไขมันต่ำ กากใยสูง โดยเฉพาะพวกเนื้อปลา ผัก ผลไม้
4. เลือกรับประทานอาหารที่ปรุงด้วยวิธีต้ม หรือลวก แทนการทอด หรือผัด เพราะน้ำมันจากการปรุงอาหารอาจเป็นตัวการที่ทำให้คุณอ้วน
5. อาหารที่มีพริกไทย หรือ เครื่องเทศเป็นส่วนผสม ช่วยกระตุ้นระบบการย่อยและเผาผลาญไขมันได้
6. หลีกเลี่ยงอาหารกรุบกรอบ ขนมหวาน หากหิวระหว่างมื้อ ให้รับประทานผลไม้ที่ไม่หวานมาก แต่มีเส้นใยสูง เช่น แอปเปิ้ล แก้วมังกร สับปะรด
7. ดื่มน้ำมากๆ ไม่น้อยกว่า 8–10 แก้วต่อวัน และควรดื่มน้ำ 1 แก้ว ก่อนอาหารทุกมื้อ
8. ควรระวังน้ำตาลที่แฝงมาในอาหารและเครื่องดื่ม น้ำตาลที่อยู่ในกาแฟเย็น หรือน้ำอัดลมยี่ห้อโปรด น้ำหวาน หรือน้ำผลไม้กล่อง อาจเป็นตัวการที่ทำให้คุณอ้วนโดยไม่รู้ตัว
9. ช่วงก่อนมีประจำเดือน ผู้หญิงบางคนอาจมีอาการอยากอาหารผิดปกติ ดูตัวบวม ๆ หรือดูพุงยื่นๆ ซึ่งเป็นเพราะระดับฮอร์โมนเปลี่ยนแปลงก่อนมีประจำเดือน ควรระวังการรับประทานอาหารให้ดี อย่าตามใจปากมาก
10. หมั่นออกกำลังกายอย่างน้อยอาทิตย์ละ 3 ครั้ง ครั้งละ 30-45 นาที ต่อเนื่องกัน เพื่อให้ร่างกายเผาผลาญไขมันส่วนเกิน

อย่าลืม กฎทองของการรักษาหุ่นก็คือ คุณต้องควบคุมการรับประทานอาหาร และการออกกำลังกายให้สมดุล ห้ามตามใจปาก ห้ามขี้เกียจ หรือผัดวันประกันพรุ่งเป็นอันขาด จำไว้ว่า การโหมลดน้ำหนักเป็นครั้งคราวนั้นไม่ช่วยให้คุณมีรูปร่างดีได้นาน สุดท้าย หากนิสัยเดิมๆ กลับมา ก็คงไม่แคล้วกลับมาอ้วนอีก หรือบางคนอาจจะต้องเผชิญกับภาวะ Yo-Yo Effect ที่ทำให้คุณอ้วนกว่าเดิมอีก